ตียรอยด์สามารถลดระดับ HDL คอเลสเตอรอล และเพิ่มระดับ LDL คอเลสเตอรอลได้ HDL (high density lipoprotein หรือที่เรียกว่า “คอเลสเตอรอลดี”) ช่วยปกป้องหลอดเลือดโดยการนำคอเลสเตอรอลที่ไม่ได้ใช้ไปยังตับเพื่อย่อยสลาย ในทางตรงกันข้าม LDL มีผลตรงกันข้าม ดังนั้น สเตียรอยด์บางชนิดจึงสามารถทำให้เกิดระดับคอเลสเตอรอลที่สูง โดยมี HDL ต่ำและ LDL สูง อย่างไรก็ตาม สเตียรอยด์บางชนิดมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อระดับไขมันในเลือด ในขณะที่บางชนิดส่งผลรุนแรงมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ก็มักจะมีแนวโน้มที่ระดับไขมันในเลือดจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้หลังจากหยุดใช้สเตียรอยด์

ระดับ HDL และ LDL กลับมาอยู่ในระดับปกติเรื่องหยุดใช้
เราจะแก้ไข Cholesterol(Blood Lipid Profile) ได้อย่างไร?
การแก้ปัญหาเรื่องระดับคอเลสเตอรอลที่แย่จากการใช้ anabolic steroids สามารถทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้:
การเลือกใช้สเตียรอยด์ที่ไม่ส่งผลรุนแรงต่อไขมันในเลือด: เลือกใช้สเตียรอยด์ที่มีผลกระทบต่ำต่อระดับ HDL และ LDL เช่น Testosterone Enanthate หรือ Deca-Durabolin แทนการใช้สเตียรอยด์ที่รุนแรงต่อระดับไขมัน เช่น Winstrol หรือ Trenbolone
เสริมด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ: รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด รวมถึงอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และถั่ว เพื่อช่วยลด LDL และเพิ่ม HDL
การเสริมสารอาหารที่ช่วยปรับระดับไขมันในเลือด: ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น น้ำมันปลา (Fish Oil), Niacin (วิตามินบี3), CoQ10, หรือ Red Yeast Rice ซึ่งสามารถช่วยลด LDL และปรับปรุงระดับไขมันในเลือดได้
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ช่วยเพิ่มระดับ HDL และลดระดับ LDL ทำให้โปรไฟล์ไขมันในเลือดดีขึ้น
หยุดสูบบุหรี่และลดการบริโภคแอลกอฮอล์: การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปส่งผลให้ระดับ HDL ลดลงและ LDL เพิ่มขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอล
ตรวจระดับไขมันในเลือดเป็นประจำ: การตรวจสอบระดับไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและช่วยปรับพฤติกรรมการใช้สเตียรอยด์หรือการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม













