Anabolic-th

เป็นเว็บให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนสำหรับนักเพาะกาย และสำหรับคนทั่วๆไปที่ออกกำลังกาย แต่อยากมีหุ่นที่ดีกว่าคนปกติทั่วๆไป

รู้จัก Steroid Side Effects 05 – Kidney Problems (ปัญหาเกี่ยวกับไต)

Steroid Side Effects 05 - Kidney Problems (ปัญหาเกี่ยวกับไต)

การใช้ anabolic steroids สามารถทำให้เกิดปัญหากับไตทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ โดยมีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สเตียรอยด์และการเกิดภาวะไตเสื่อม หรือ Kidney Damage ดังนี้:

ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury, AKI):
การใช้ anabolic steroids ในปริมาณสูงและเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งสามารถเกิดร่วมกับภาวะ rhabdomyolysis (การสลายตัวของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ) ที่เกิดจากการออกกำลังกายหนักร่วมกับการใช้สเตียรอยด์ โดยภาวะนี้อาจทำให้เกิดการทำลายเซลล์ไตอย่างรุนแรง ส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองของเสียได้ดี และอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงเช่นภาวะ cholemic nephrosis ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการสะสมของกรดน้ำดีในไต (บ่อยครั้งเกิดร่วมกับปัญหาตับ)

ภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease, CKD):
การใช้สเตียรอยด์ในระยะยาวสามารถทำให้เกิดการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อไต เช่น focal segmental glomerulosclerosis (FSGS), การเสื่อมของท่อไต (tubular atrophy) และการเกิดพังผืดในเนื้อเยื่อไต (interstitial fibrosis) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะไตเสื่อมเรื้อรังได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ร่วมกับการรับประทานโปรตีนในปริมาณสูงเกินไป และการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่น ๆ เช่น ครีเอทีน

ภาวะไตอักเสบจากการใช้วิตามินเกินขนาด (Nephrocalcinosis):
การใช้ anabolic steroids ร่วมกับวิตามิน D และ A ในปริมาณสูง สามารถทำให้เกิดภาวะไตอักเสบและการสะสมของแคลเซียมในเนื้อเยื่อไตได้ ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ และทำให้เกิดปัญหาไตเสื่อมในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงระดับ microRNA ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต:
มีการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ microRNAs บางชนิด เช่น miR-21 และ miR-205 ในกลุ่มผู้ใช้ anabolic steroids พบว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดพังผืดในไตและการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเนื้อเยื่อไต โดยระดับของ microRNAs เหล่านี้อาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตเสื่อมในผู้ใช้สเตียรอยด์ได้

สเตียรอยด์ที่มีผลกระทบต่อไตมากที่สุด

Trenbolone มีความสามารถในการกระตุ้นการเกิดภาวะไตเสื่อมได้ โดยมีการรายงานถึงการทำให้เกิด rhabdomyolysis (การสลายตัวของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ) ซึ่งส่งผลให้สารจากเซลล์กล้ามเนื้อหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้หากใช้ในปริมาณสูงหรือติดต่อกันนาน ๆ

Anadrol เป็นหนึ่งในสเตียรอยด์ที่มีผลต่อการกักเก็บน้ำและโซเดียมในร่างกายมากที่สุด ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงและเพิ่มภาระการทำงานของไต ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมในระยะยาวได้ นอกจากนี้ Anadrol ยังสัมพันธ์กับการเกิดปัญหา glomerulonephritis หรือการอักเสบของไตได้​

Dianabol เป็นสเตียรอยด์ที่มีผลกระทบต่อการทำงานของตับและไตสูงเช่นกัน โดยมีรายงานว่าการใช้ Dianabol ในปริมาณมากและเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ไต รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตและการอักเสบของไตได้มากขึ้น​

Testosterone ในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดภาวะ nephrocalcinosis ซึ่งเป็นการสะสมของแคลเซียมในเนื้อเยื่อไต ส่งผลให้การทำงานของไตผิดปกติ นอกจากนี้ การใช้ testosterone ในระยะยาวยังอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดในไตและภาวะไตเสื่อมเรื้อรังได้

Nandrolone สามารถทำให้เกิดการสะสมของของเสียในไตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีประวัติการใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบของไตและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD)​

การป้องกันและการจัดการ
การเลือกใช้สเตียรอยด์ที่มีผลกระทบต่อไตน้อย: เช่น Anavar (Oxandrolone) หรือ Primobolan (Methenolone) ซึ่งมีผลกระทบต่อการทำงานของไตน้อยกว่า
การดื่มน้ำเพียงพอ: การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันและภาวะนิ่วในไต
การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ: ตรวจสอบระดับครีเอตินินและการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจหาความผิดปกติแต่เนิ่นๆ
การใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและไม่ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน: ควรหลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์ในปริมาณสูงและมีช่วงพักจากการใช้สเตียรอยด์อย่างเหมาะสม